การคลัง

posted on 03 Aug 2009 10:42 by puy-ampika

การคลัง

 

การคลัง หมายถึง เศรษฐกิจภาครัฐบาล เกี่ยวกับการหารายได้เพื่อนำ มาใช้จ่ายในกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ส่วนรวมของประเทศ โดยมีรัฐบาลเป็นผู้ดูแลเกี่ยวกับรายรับและรายจ่ายให้เหมาะสม การคลังนั้นมีขอบเขตครอบคลุมอยู่ 3 อย่าง คือ รายรับของรัฐบาล รายจ่ายของรัฐบาลและงบประมาณแผ่นดิน

รายรับของรัฐบาล ได้จากเงินต่างๆ 3 ประการ คือ

1. รายได้ของรัฐบาล ประกอบด้วย ภาษีอากร การขายสิ่งของและบริการ รัฐพาณิชย์ และอื่นๆ เช่น ค่าปรับ ค่าภาคหลวง ฤชากร การผลิตเหรียญกษาปณ์

2. เงินกู้ เงินกูข้ องรัฐบาลนั้นมีทั้งกูภ้ ายในประเทศและกูจ้ ากต่างประเทศ เรียกว่าหนี้

สาธารณะ

3. เงินคงคลัง คือ เงินที่รัฐบาลมีอยู่แต่มิได้นำ ออกมาใช้ เงินนี้อาจจะเหลือจากงบประมาณ

ในปีก่อนก็ได้

รายได้ส่วนใหญ่ของรัฐบาลมาจากภาษีอากร ในประเทศไทยการเก็บภาษีเงินได้ใช้ระบบ

ก้าวหน้า หมายถึง ยิ่งมีรายได้สูงอัตราการเก็บภาษีจะสูงขึ้นเรื่อยๆ (5 - 37%) การเก็บภาษีแบ่งออกเป็น2 ประเภท คือ

1) ภาษีทางตรง (Direct Tax) คือ ภาษีที่เก็บจากผู้มีรายได้โดยตรงหรือผู้ที่เป็นเจ้าของทรัพย์สิน เช่น ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมรดก ภาษีดอกเบี้ย (เงินฝากประจำ )ภาษีรางวัล ภาษีทะเบียนรถยนต์ ภาษีมอเตอร์ไซด์ ภาษีทะเบียนเรือ ภาษีที่ดิน ภาษีทะเบียนปืน ภาษีโรงเรือน ภาษีป้าย ภาษีสนามบิน เป็นต้น

2) ภาษีทางอ้อม (Indirect Tax) คือภาษีที่เก็บจากบุคคลหนึ่งแล้วบุคคลนั้นผลักภาระการเสียภาษีนั้นไปให้อีกบุคคลหนึ่ง แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ

1. ภาษีศุลากร เป็นภาษีที่เก็บจากการนำ เข้าและส่งออกสินค้า

2. ภาษีสรรพสามิต เป็นภาษีที่เก็บจากการผลิตหรือจำ หน่ายสินค้าบางชนิด เช่น นํ้ามัน

เชื้อเพลิง ก๊าซ บุหรี่ เบียร์ เครื่องดื่ม ยานัตถุ์ ไพ่ ไม้ขีด ปูนซีเมนต์ เป็นต้น

3. ภาษีสรรพากร เช่น อากรมหรสพ ภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นต้น

การกู้เงินของรัฐบาล รัฐบาลมีแหล่งเงินกู้ทั้งภายในและภายนอกประเทศ

แหล่งเงินกู้ภายในประเทศ คือ ธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารออมสิน ธนาคาร

พาณิชย์ องค์การ สถาบัน มูลนิธิ บริษัท และประชาชน

แหล่งเงินกู้ภายนอกประเทศ คือ องค์การระหว่างประเทศ สถาบันการเงินต่างประเทศ และ

รัฐบาลต่างประเทศ

รายจ่ายของรัฐบาล วัตถุประสงค์ของรัฐบาลในการจ่ายเงิน คือ เพื่อเพิ่มผลผลิตทำ ให้ราย

ได้ประชาชนสูงขึ้น เพื่อสาธารณูปโภคบริการแก่ประชาชน เพื่อรักษาความสงบภายใน และเพื่อใช้

ป้องกันประเทศ

รายจ่ายของรัฐบาล แบ่งออกเป็น 12 ประการ เช่น การเกษตร การศึกษา การสาธารณสุข

การรักษาความมั่นคงแห่งชาติและการรักษาความสงบเรียบร้อยภายใน และการชำ ระหนี้เงินกู้

เป็นต้น

งบประมาณแผ่นดิน หมายถึง เอกสารประมาณการเกี่ยวกับรายรับและรายจ่ายของรัฐบาล

งบประมาณแผ่นดินนั้นเป็นการวางแผนเกี่ยวกับการใช้จ่ายของรัฐบาลนั่นเอง ประเทศไทยเริ่มมีงบประมาณแผ่นดินครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 5 การจัดทำ งบประมาณแผ่นดินนั้นเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ส่วนผู้ที่อนุมัติการใช้งบประมาณ คือ รัฐสภา โดยประกาศออกมาเป็นกฎหมาย เรียกว่าพระราชบัญญัติงบประมาณประจำ ปี พ.. …”

ปีงบประมาณของประเทศไทยจะอยู่ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม ถึงวันที่ 30 กันยายน ของปีถัดไป เช่น ปีงบประมาณ พ.. 2544 จะอยู่ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม พ.. 2543 ถึงวันที่ 3 กันยายนพ..2544 เป็นต้นลักษณะของงบประมาณแผ่นดิน แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ คือ1. งบประมาณขาดดุล หมายถึง ยอดรายได้ของรัฐบาลตํ่ากว่ายอดรายจ่าย จำ ต้องนำ เอาเงินกู้และเงินคงคลังมาเสริม2. งบประมาณเกินดุล หมายถึง ยอดรายได้ของรัฐบาลสูงกว่ายอดรายจ่าย

3. งบประมาณได้ดุล (สมดุล) หมายถึง ยอดรายได้ของรัฐบาลเท่ากับยอดรายจ่าย__

http:// www.nfe.go.th/etv/document/knowledge_soc/knowledge_soc18.pdf

 

 นโยบายการคลัง

(Fiscal policy)

 

ความหมายอย่างสั้น

นโยบายการคลัง คืออะไร

นโยบายการคลัง (Fiscal policy) คือ นโยบายในการหารายได้และการใช้จ่ายของรัฐบาล รัฐบาลหารายได้โดยการเก็บภาษีประเภทต่างๆ ทั้งจากผู้ผลิต ผู้บริโภค และผู้มีรายได้ อาทิเช่น ภาษีเงินได้ ภาษีการค้า ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีศุลกากร เป็นต้น ส่วนการใช้จ่ายก็กระทำโดยจ่ายจากเงิน งบประมาณ โดยผ่านทางส่วนราชการกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ

ความสำคัญของเรื่อง

การใช้นโยบายการคลังของรัฐบาล เพื่อเป็นเครื่องมือในการสร้างเสถียรภาพและความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจนั้น ถ้าเราพิจารณาดูให้ดีจะเห็นว่าเกี่ยวข้องกับพวกเราทุกคน กล่าวคือในการหารายได้ของรัฐบาลนั้น รัฐบาลกระทำโดยการจัดเก็บภาษีจากประชาชนซึ่งก็คือพวกเราๆท่านๆทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในสาขาวิชาชีพไหน เป็นแรงงานลูกจ้างหรือนายจ้างก็ต้องเสียภาษีกันไปตามอัตภาพแต่ละประเภท ลูกจ้างแรงงานก็เสียภาษีเงินได้ ผู้ผลิตสินค้าและบริการก็เสียภาษี มูลค่าเพิ่ม ผู้สั่งสินค้าเข้าจากต่างประเทศมาขายก็เสียภาษีศุลกากร เป็นต้น

ส่วนทางด้านการใช้จ่ายของรัฐบาล พวกเราก็ได้รับผลกระทบตอบแทนกลับมาโดย ถ้วนหน้า ที่เห็นได้ชัดเจนก็คือการใช้จ่ายของรัฐบาลในภาคของการผลิตหรือลงทุนสร้างสินค้าที่เป็นปัจจัยพื้นฐานต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและการดำรงชีพ ซึ่งได้แก่ ถนนหนทาง ไฟฟ้า ประปา เป็นต้น

ความหมายโดยละเอียด

บทบาทของนโยบายการคลัง

บทบาทของนโยบายการคลังมีที่โดดเด่นมี 3 ประการ คือ

1. บทบาทในการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ

เสถียรภาพทางเศรษฐกิจเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง ดังนั้น เมื่อใดที่ระบบเศรษฐกิจเกิดปัญหาขึ้น รัฐบาลก็จะเข้ามาแก้ไขโดยการใช้นโยบายการคลังและการเงินตามความเหมาะสมตัวอย่างเช่น เมื่อเกิดภาวะเงินเฟ้อขึ้นในประเทศ ระดับราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้นไปเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลกระทบที่ตามมาจะก่อให้เกิดปัญหาในด้านการใช้ทรัพยากรการผลิตที่ไม่มีประสิทธิภาพ และการออมเงินของประชาชน ดังนั้นรัฐบาลจะใช้นโยบายการคลังโดยการเก็บภาษีเพิ่ม เช่นภาษีเงินได้ และภาษี มูลค่าเพิ่ม ซึ่งจะมีผลต่อปริมาณเงินหมุนเวียนในระบบ และต่อระดับราคาสินค้า

2. บทบาทในการจัดสรรทรัพยากรของประเทศ (Allocation of Resource)

เนื่องจากทรัพยากรหรือปัจจัยในการผลิตของประเทศมีจำกัด รัฐบาลจึงจำเป็นจะต้องมีมาตรการหรือบทบาทในการจัดสรร แบ่งปันทรัพยากรเพื่อใช้ในการผลิตสินค้าและบริการให้เหมาะสมกับความต้องการของประชาชน สินค้าและบริการนี้อาจจะแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ

a. สินค้าและบริการสาธารณูปโภค คือ สินค้าที่ประชาชนทุกคนมีสิทธิที่จะอุปโภคบริโภคได้ เป็นสินค้าบริการสาธารณะ สินค้าประเภทนี้มักจะผลิตหรือดำเนินการโดยรัฐ เช่น ไฟฟ้า โทรศัพท์ น้ำประปา การรถไฟ เป็นต้น หรือเป็นธุรกิจประเภทที่มีผลทางสังคมโดยส่วนรวม เช่น การสร้างโรงเรียน มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล เป็นต้น โดยรัฐอาจจะทำเองหรือส่งเสริมให้เอกชนทำโดยให้การอุดหนุน (Subsidize) ก็ได้

b. สินค้าสำหรับผู้บริโภคทั่วไป ส่วนใหญ่จะผลิตโดยผู้ประกอบการเอกชนทั่วไป ได้แก่ อาหาร เสื้อผ้า รถ คอมพิวเตอร์ เป็นต้น

3. บทบาทในการกระจายรายได้

จุดมุ่งหมายในการกระจายรายได้ของรัฐบาลก็คือ เพื่อความเป็นธรรมในสังคม ทั้งนี้เพราะประชาชนในสังคมยังมีโอกาสและความสามารถไม่เท่าเทียมกัน ดังนั้น รัฐบาลจึงใช้นโยบายการคลัง โดยการเก็บภาษีจากประชาชนทั่วไปที่มีความสามารถเสียภาษี และกระจายรายได้ไปให้กับ คนยากจน ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ เด็กจรจัด และคนสูงอายุ ตัวอย่างเช่น จัดสร้างที่พักพิงสำหรับเด็กร่อนเร่จรจัด คนสูงอายุ จัดสร้างโรงพยาบาลรักษาคนพิการฟรีหรือในอัตราต่ำ จัดตั้งโรงเรียนสอนคนตาบอด เป็นต้น

           ข้อพิจารณาในการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้

เมื่อมีความเข้าใจในการใช้นโยบายการคลังของรัฐ โดยมีหลักใหญ่คือ เสียผลประโยชน์โดยรวมของประชาชนในประเทศแล้ว ประชาชนและผู้ประกอบธุรกิจโดยทั่วไ